posted on 20 Jul 2009 15:51 by travel-services
1. เลือกเส้นทางบินแบบเทคเดียวจบ
จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางเครื่องบินนั้น ช่วงที่ถือได้ว่าเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ ขณะเครื่องขึ้น (takeoff) , เครื่องไต่ระดับ (climb), เครื่องลดระดับ (descent) และช่วงนำเครื่องลง (landing) ฉะนั้นเพื่อลดความเสี่ยงในโดยสารเครื่องบิน หากเป็นไปได้ ให้เลือกเดินทางในเส้นทางบินที่ non-stop น่าจะดีกว่า นอกจากนี้ยังประหยัดเวลาและไม่เหนื่อยล้าจากการเดินทางด้วย
2. เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ดีกว่า
ทราบมาว่า เครื่องบินที่มีที่นั่งมากกว่า 30 ที่ขึ้นไป จำเป็นที่จะต้องผ่านการตรวจสอบตามข้อกำหนดของการบินสากล ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่เคร่งครัด สำหรับการออกแบบเครื่องบินที่ปลอดภัยและมีการทดสอบก่อนบินจริง ดังนั้นเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่กว่า ย่อมหมายถึงประสิทธิภาพและสมรรถนะที่ดีกว่าเครื่องบินขนาดเล็ก โอกาสที่จะเกิดปัญหาทางเทคนิคก็น้อยลงนั่นเอง
3. ใส่ใจกับการสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ และวิธีการเพื่อความปลอดภัย
คงจะมีบ้างที่คุณคิดว่า ผม/ดิฉัน เดินทางเป็นประจำ รู้อะไรต่าง ๆ ดี จึงเพิกเฉยกับการสาธิตต่าง ๆ จากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แต่ละเที่ยวบินของคุณนั้น คุณอาจจะถูกจัดที่นั่งในที่ที่ต่างไปจากเที่ยวบินก่อน ๆ หรือรุ่นของเครื่องบินที่คุณกำลังเดินทางต่างแบบกัน หรือเป็นสายการบินที่ไม่เคยใช้บริการมาก่อน ฉะนั้นทางออกฉุกเฉิน รวมถึงอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่าง ๆ ก็ต้องแตกต่างไปจากที่คุณเคยเห็นแน่นอน สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมสักนิด สละเวลานั่งอ่านหนังสือพิมพ์เฉย ๆ ซักไม่กี่นาที เพี่อชมการสาธิต และศึกษาคู่มือความปลอดภัย (Safety Card) ในกระเป๋าหน้าที่นั่งของท่านสักหน่อย อาจจะช่วยชีวิตคุณได้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
4. การเก็บกระเป๋าสัมภาระส่วนตัว
ยิ่งเดินทางไกล หรือเดินทางไปนาน ๆ กระเป๋าของคุณก็มีน้ำหนักมากขึ้นตามไปด้วย สายการบินส่วนใหญ่ จะกำหนดน้ำหนักสัมภาระสำหรับหิ้วขึ้นเครื่องของผู้โดยสารเอาไว้ คุณควรจะปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของคุณเอง การมีสัมภาระที่หนักอึ้งเหมือนภาระชีวิตใครบางคน เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่องเก็บของเหนือศีรษะนั้น สายการบินมีการจำกัดน้ำหนักเอาไว้ แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถชั่งน้ำหนักในเครื่องก่อนเก็บไว้ได้ หากเกิดสภาพอากาศแปรปรวน (turbulence) ที่รุนแรง ช่องเก็บของอาจจะรับน้ำหนักจากการกระแทกของกระเป๋าหนัก ๆ ไว้ไม่ไหว
นอกจากนี้บางคนยังวางเก็บกระเป๋าไว้ใต้ขา เพื่อเอาไว้รองขาเวลานอนนั้น จริง ๆ แล้วอันตรายมาก หากเกิดสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงมาก ๆ กระเป๋าอาจจะลอยขึ้นแล้วตกลงมา ทำให้ผู้คนบาดเจ็บได้ จึงขอแนะนำให้นำแต่สัมภาระที่จำเป็น เก็บสัมภาระที่ไม่จำเป็นหรือหนักเกินไป โหลดเข้าเก็บในกระเป๋าใหญ่ ส่งไปใต้เครื่องดีกว่า
5. รัดเข็มขัดนิรภัย ปลอดภัยที่สุด
นอกจากจำเป็นต้องรัดเข็มขัดนิรภัยขณะเครื่องขึ้นและลงแล้วนั้น ระหว่างการเดินทาง ควรรัดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งขณะนั่ง ถึงแม้มันอาจจะอึดอัดและไม่สบายตัว แต่การปฏิบัติเช่นนี้เป็นการป้องกันตัวคุณเองจากการตกหลุมอากาศแบบกะทันหัน ซึ่งบางครั้งเป็นไปได้ที่นักบินไม่สามารถทราบได้จากหน้าจอเรดาห์
6. รับฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำจากลูกเรือ
นอกเหนือจากหน้าที่ที่พนักงานต้อนรับ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าแอร์กับสจ๊วต จะดูแลและบริการคุณระหว่างการเดินทางแล้วนั้น การรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสาร ก็เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของพวกเขาด้วย ดังนั้นหากคุณได้รับการร้องขอหรือแจ้งให้ปฏิบัติ ก็ทำตามคำแนะนำและคำขอจากพวกเขาด้วย เช่นให้รัดเข็มขัดนิรภัย, เก็บสัมภาระไว้ในช่องเก็บของเหนือศีรษะ, ปรับพนักพิงหลังให้ตรง ฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านี้ ล้วนเพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้โดยสารคนอื่น ๆ ทั้งสิ้น
7. ของร้อนโปรดระวัง
ระหว่างเที่ยวบินของคุณ แน่นอนที่สุด ที่พนักงานต้อนรับจะต้องให้บริการท่านด้วย ชา และ กาแฟ ร้อน หรือแม้แต่น้ำร้อน ๆ ที่ผู้โดยสารขอ ดังนั้นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากการถูกน้ำร้อนลวก บางสายการบิน พนักงานจะมีถาดไว้ให้คุณวางถ้วยกาแฟ กรุณารอจนพนักงานรินให้คุณเสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วคุณจึงหยิบถ้วยกาแฟด้วยความระมัดระวัง หรือบางสายการบินไม่มีถาด แต่จะรินลงแก้วให้คุณโดยตรง อันนี้ต้องระวังและควรรอให้พนักงานรินเสร็จเสียก่อน จึงค่อยดึงแก้วกลับมา มิเช่นนั้น กาแฟร้อน ๆ อาจจะรดลวกตักคุณกลางอากาศได้
8. ดื่มพอเป็นพิธี
เนื่องจากระหว่างการเดินทาง เครื่องบินนั้นต้องบินอยู่ในระดับความสูงที่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ภายในห้องโดยสารจึงต้องมีการปรับความดันให้คนเราสามารถอาศัยได้อย่างสบาย แม้จะมีการปรับสภาพแล้วก็ตาม ภายในห้องโดยสารก็ยังเปรียบได้กับสภาพบนภูเขาสูง อากาศจะเบาบางกว่าระดับน้ำทะเลซึ่งการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นั้น เป็นผลทำให้คุณเมาเร็วกว่าปกติ และเสี่ยงต่อการจับตัวเป็นก้อนของเลือดในเส้นเลือดของคุณ นำไปสู่อาการของโรคชั้นประหยัด (Economy Class Syndrome) ฉะนั้นจึงควรดื่มของมึนเมาแต่พอประมาณ และดื่มน้ำเปล่าให้มาก ๆ
9. เขตปลอดวัตถุอันตราย
มีวัตถุหลายรายการที่เป็นสิ่งต้องห้ามบนเครื่องบิน เป็นการดีที่คุณจะศึกษาข้อมูลเหล่านี้ ก่อนเดินทาง ปกติแล้วคุณสามารถหาอ่านได้ ในตั๋วเดินทางของคุณ วัตถุที่ต้องห้ามต่าง ๆ เช่น แก๊สพิษ น้ำมันก๊าซ วัตถุไวไฟ สารทำละลาย เป็นต้น ทั้งนี้มีบางรายการที่ได้รับการยกเว้น หรือนำติดตัวไปได้ในจำนวนจำกัด
10. หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่คาดฝัน เช่น จำเป็นต้องออกจากเครื่องโดยเร็ว หรือลี้ภัยฉุกเฉิน (evacuation)
คุณต้องปฏิบัติตามคำสั่งของลูกเรือโดยเคร่งครัด เพราะลูกเรือเหล่านั้น ได้รับการฝึกมาให้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินมาแล้ว ดังนั้นคุณจึงควรควบคุมสติให้ดี แล้วพยายามหาทางออกที่ใกล้ตัวที่สุด และออกจากเครื่องบินให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ และเมื่อออกจากเครื่องไปแล้ว ให้หนีห่างออกจากเครื่องบินให้ไกลที่สุด วิธีเหล่านี้คุณได้ศึกษามาแล้วจากการชมการสาธิตของลูกเรือ และจากเอกสารคู่มือความปลอดภัยในกระเป๋าหน้าที่นั่งนั่นเอง
ที่มา : www.jet.co.th
posted on 17 Jun 2009 13:43 by travel-services
posted on 15 Jun 2009 16:07 by travel-services
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบโดย คุณ OaddybeinG
ในวันพักผ่อนอันแสนสบาย หากว่าใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อหวังพักผ่อนกายาให้สบายอุราเพลิดเพลินใจ วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวเจ๋งๆ มาแนะนำเพื่อนๆ กันอีกเช่นเคย นั่นก็คือ... เกาะหลีเป๊ะ ในจังหวัดสตูลนั่นเอง
สตูล... แม้เป็นเพียงจังหวัดชายแดนเล็กๆ บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันทางภาคใต้ของประเทศไทย แต่ก็มีเกาะแก่งที่งดงามเป็นที่กล่าวขาน ทั้งยังอุดมด้วยธรรมชาติป่าเขาที่สมบูรณ์ สำหรับ "เกาะหลีเป๊ะ" เป็นเกาะเล็กๆ ของจังหวัดสตูล มีลักษณะแบนๆ คล้ายบูมเมอแรง ชื่อ"เกาะหลีเป๊ะ" หมายถึง เกาะที่ราบเรียบคล้ายกระดาษ ซี่งมีที่มาจากภาษาท้องถิ่นชาวน้ำหรือชาวเล
จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะ คือ ความเป็นธรรมชาติของปะการังรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มเหมือนแป้ง มีชายหาดหลักๆ อยู่ 3 หาด คือ หาดซันเซ็ท หาดซันไรส์ และหาดพัทยา (บันดาหยา)

สำหรับหาดซันเซ็ทนั้น เป็นชายหาดที่เหมาะกับคนที่ต้องการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง เพราะเป็นหาดที่ค่อนข้างเงียบสงบ บรรยากาศดี ขณะที่หาดซันไรส์ก็น่าเที่ยวไม่แพ้กัน เพราะที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยสุดในเกาะหลีเป๊ะ แถมยังมีที่พักมากมายไว้รองรับนักท่องเที่ยวได้อีกเพียบ และหาดพัทยา (บันดาหยา) หาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีความหลากหลายทั้งที่พัก อาหาร และเครื่องดื่ม จนได้รับการขนานนามว่า "พัทยา 2" เนื่องจากคึกคักเหมือนเมืองพัทยาจริงๆ
ส่วนกิจกรรมที่เป็นที่นิยมบนเกาะหลีเป๊ะ คือ การดำผิวน้ำ และการดำน้ำลึก เพราะเพียงแค่ออกจากชายหาดไปนิดเดียว คุณก็สามารถสนุกกับการดำผิวน้ำได้ทันที แต่จุดดำน้ำที่ดีที่สุด จะถูกรวมอยู่ในทริปดำน้ำแบบวันเดียวที่ถือเป็นทริปยอดนิยม มีการนำชมเกาะต่างๆ ใกล้เคียง รวมถึงการรับประทาน
อาหารเที่ยงบนชายหาดที่สวยงาม ร้านดำน้ำ และ
รีสอร์ทต่างๆ มักจะมีอุปกรณ์ดำน้ำให้เช่า และสามารถจัดเรือให้บริการสำหรับทริปดำน้ำต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเล่นน้ำชมปะการังและฝูงปลาที่เกาะหลีเป๊ะ สามารถทำได้ทั่วทั้งเกาะ เพียงแต่บางพื้นที่อาจต้องคอยระวังจุดที่น้ำตื้นมากๆ เพราะอาจพลาดไปเหยียบพวกตัวปะการังและหอยเม่นเข้า (ขืนเป็นอย่างนั้นล่ะ หมดสนุกแน่ๆ)
นอกจากนี้ หากคุณอยากนอนกินลมชมวิวชิลๆ หรือจะเลือกเล่นน้ำเพลินๆ เดินเล่นชายหาด ก็สามารถทำได้ไม่มีใครว่า แถมที่นี่ (ก็เกาะหลีเป๊ะนั่นแหละ) ยังมีบริการ
บ้านพักไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย และนักท่องเที่ยวยังสามารถเช่าเรือไปยังเกาะต่างๆ ได้ในราคาลำละ 1,500 - 1,800 บาท นั่งได้ 8 - 9 คน โดยติดต่อกับทาง
รีสอร์ทที่มีบริการ
ทัวร์บนเกาะนั่นล่ะค่ะ
ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะได้ทุกฤดูกาล ส่วนฤดูกาลท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด อยู่ระหว่างเดือนธันวาคม ถึงเดือนมกราคม
วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะค่ะ ติดตามตอนต่อไปน้า